อุทยานแห่งชาติแขาน้ำค้าง

วันนี้ได้มีโอกาสไปเก็บภาพอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง จังหวัดสงขลามาเลยนำมาแบ่งกันกันชมนะครับ ก่อนอื่นก็ทราบข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างกันก่อน

"เขา น้ำค้างเป็นยอดเขาสูง มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี สมัยโบราณคนที่เคยขึ้นไปบนยอดเขาจะเห็นมีน้ำค้างเป็นเกล็ดอยู่ตามยอดหญ้า ลักษณะเป็นใยแมงมุมแม้แต่ตอนเที่ยงวันก็มีน้ำค้างประปรายอยู่บนยอดหญ้าซึ่ง เป็นสภาพที่แปลกเป็นอย่างยิ่ง จึงเรียกขานกันว่า “เขาน้ำค้าง” เขาน้ำค้าง เป็นเสมือนเขตหวงห้ามเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี เริ่มตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยอยู่ในความยึดครองของ ผู้ก่อการร้ายโจรจีนคอมมิวนิสต์ เป็นบริเวณที่มีพื้นที่ภูมิประเทศเป็นถิ่นทุรกันดาร เทือกเขาสลับซับซ้อน ทำให้เป็นฐานปฏิบัติการใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของแถบนี้ แต่ในที่สุด จากการปฏิบัติการตามแผนยุทธการใต้ร่มเย็น โดยนำนโยบายการเมืองนำการทหาร กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 43 (พตท.43) ได้นำนโยบายนี้เข้าปฏิบัติการ สามารถเข้ายึดค่ายปฏิบัติการได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2523 ทำให้โจรจีนคอมมิวนิสต์สลายตัวไปในที่สุด"

 



ตอนนี้เราก็มาถึงอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง 
วันนี้อากาศเย็น ฝนกำลังใกล้จะมา 
ผู้คนในวันนี้เงียบมากครับที่จอดรถโล่งมาก

ส่วนด้านหน้าอุทยานมีป้ายเขียนว่า 
"อุโมงค์สามชั้น เขาน้ำค้าง"

ตรงข้ามทางเข้าประตูอุทยานมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

หมายเหตุ หากต้องการดูภาพใหญ่คลิกที่ภาพเลยนะครับ... 

 

 

 

ค่าตั๋วทางเข้าภายในอุทยาน เด็ก 20 บาท, ผู้ใหญ่ 40 บาท เมื่อเข้าไปด้านใน ก็จะเจอพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ห้องที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ ภาพเล่าเหตุการณ์ในตอนนั้น บุคคลสำคัญ เหล่าสหายโจรจีนคอมมิวนิสต์ พ.ค.ม รวมถึงอาวุธจำลอง ระเบิด หนังสือ เครื่องมือผ่าตัด เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ยังคงเหลืออยู่ ของโจรจีนคอมมิวนิสต์ หรือคอมมิวนิสต์มลายา


เมื่อผ่านพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ออกมาเจอกับ บริเวณกว้าง มีบ่อปลาอยู่ตรงกลาง เต็มไปด้วยฝูงปลาที่แวกว่ายไปมา ตามล่าหาอาหารที่คนโปรยลงมาให้ ข้างๆ บ่อปลามีหลุมหลบภัยฉุกเฉิน มองไปด้านขวาเป็นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ มองไปด้านซ้าย พบกับ
1. อนุสรณ์รำลึกสหาย พ.ค.ม.ที่ล่วงลับช่วงต่อสู้ในอดีต
2. เจอทางเข้าอุโมงค์ใต้ดิน
3. เจอบันได 108 ขั้นทางขึ้นภูเขาเหลียงซาน

 
 
 

 

 

 

 


ระหว่างบ่อปลากับทางเข้าอุโมงค์ มีป้ายบอกประวัติของสถานที่โดยสังเขป ว่า อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างอดีตเป็นหมู่บ้านของบรรดาผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ หลังจากการสู้รบกับฝ่ายรัฐบาลเกือบ 40 ปี พรรคคอมมิวนิสต์ได้ประกาศยุติการสู้รบ เข้าร่วมพัฒนาชาติไทยเมื่อปี 2530 สถานที่น่าสนใจ คือ อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ และยาวที่สุดในประเทศไทย ขุดด้วยกำลังคน 200 คนต่อวัน ใช้เวลาประมาณ 2 ปี เมื่อปี พ.ศ.2515 เป็นที่หลบภัย แหล่งอาวุธ ฐานบัญชาการ สถานพยาบาล โรงเรียนสอนการเมือง ลัทธิมาร์คซ์-เลนิน สายรัฐเซีย หรือความคิดประธานเหมา เจ๋อ ตง ภายในแบ่งเป็น 3 ชั้น มีทางเข้าออก 16 ช่องทาง ความยาวคดเคี้ยวขึ้นลงในภายในอุโมงค์ประมาณ 1,000 เมตร  

ดังนั้น ทางเข้าเพื่อเยี่ยมชมอุทยานคงมีแค่ 2 ทางเท่านั้น คือ
1. ทางอุโมงค์ใต้ดิน
2. ทางขึ้นบันได 108 ขั้นทางขึ้นภูเขาเหลียงซาน

โดยผมจะแยกเป็นข้อ เพื่อแสดงภาพให้เห็นนะครับ ทางอุโมงค์ใต้ดินเชื่อมต่อไปยังสถานที่ด้านบนของบันได 108 ขั้น ทั้งสองทางสามารถที่จะพบเจอกัน..ได้


ผมขอเข้าจากทางอุโมงค์ใต้ดินนะครับ เพราะน่าจะเป็นจุดสำคัญที่ผู้ชมทุกท่านอยากจะลองเข้าไปสัมผัสกันด้านในกัน
ก่อนเข้าอุโมงค์ก็มีความรู้สึกว่าข้างในมืดมากจะหายใจได้หรือเปล่า ดินจะถล่มเปล่า ก็คิดไปต่างๆ นาๆ ยิ่งอากาศวันนี้ชื้นๆ อีกด้วย เมื่อเข้าไปได้ 3 ก้าว มีความรู้สึกอากาศภายในเย็นมาก บวกกับมีลมเย็นๆ ออกมาจากข้างในอุโมงค์ สงสัยจะเป็นไอเย็นของดิน เดินเข้าไปก็จะเจอบันได สูงประมาณ 54 ขั้น ขึ้นบันไดก็พบกับห้องประชุม

(ภาพนี้ถ่ายโดยใช้แฟลชเพื่อให้เห็นสภาพดินในอุโมงครับ ภาพอื่นๆ ไม่ได้ใช้นะครับจะมืดๆ หน่อย เพราะห้ามถ่ายใช้แฟลช)


จากห้องประชุม ทางด้านขวาจะมีบันไดขึ้นไปอีก 1 ชั้น เป็นห้องผู้นำ ซึ่งภายในห้องผู้นำจะมีเตียงนอน โต๊ะทำงาน และห้องส้วม 


จากห้องประชุม ทางซ้ายจะทางเดินต่อ จะพบกับห้องโทรเลข สนามยิงปืน ห้องเก็บเสบียง ห้องธุรการ  เดินเรื่อยๆ จะมีทางออกมาจากอุโมง ขึ้นไปพบกับอากาศภายนอกทางบ้านบนเขา และได้เจอกับสนามบาสของสหาย พ.ค.ม 

 
 

 

 

ภาพสนามบาส วันนี้อากาศเย็น ฝนโปรยๆ ลงมาแล้ว มองขึ้นไปเจอต้นไม้เล็กๆ สูงๆ ท้องฟ้าวันนี้มืดครึ้มหน่อย ดินชุ่มชื่น เดินๆ เกือบตีลังกา ข้างๆ สนามบาสมีป้ายบอกสถานที่อย่างสวยงาม มีโรงประชุม ขนาดใหญ่พร้อมเวที มีหลุมระเบิดขนาดใหญ่ และข้างโรงประชุมมีห้องพยาบาล หลังห้องพยาบาลจะเป็นที่พักของสหายหญิง พ.ค.ม

 

 

ส่วนอีกฟากของสนามบาส เป็นที่พักของสหายชาย พ.ค.ม เดินตรงไป จะเป็นบ้านท่านผู้นำและห้องวิวาห์ห้าดาว ซึ่งห้องวิวาห์นี้ยังมีการจัดกิจกรรมวิวาห์แบบโจรจีนคอมมิวนิสต์ในวันวาเลนไทน์ประจำทุกปี

 


ตอนนี้สภาพอากาศเริ่มมืดจึงจำใจต้องเดินกลับลงไปด้านล่างแล้ว ข้างๆ โรงประชุมใหญ่มีทางลง ซึ่งเชื่อมไปยังบันได 108 ขั้น ทางขึ้นภูเขาเหลียงซานนั่น เอง ก่อนจะถึงบันได 108 ขั้นได้พบกับอุโมงค์อีกช่อง ลองเข้าไปดูหน่อย ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ได้เจอกับ อุโมงไว้สำหรับฝึกขับรถจักรยานยนต์ ข้างๆ อุโมงค์ มีห้องครัว หลุมระเบิด และที่สำหรับนั่งพักผ่อน

 
 
 

ข้างๆที่นั่งพักผ่อน จะเป็นบันได 108 ขั้น ระหว่างทางเดินลงมาก็พบกับห้องส้วมของสหาย พ.ค.ม ..



จบแล้วสำหรับอุทยานเขาน้ำค้าง ระหว่างทางกลับบ้านห่างจากอุทยาน 5 กิโลเมตรก็จะมี "น้ำตกโตนลาด" เลยแวะนั่งพักและให้เด็กๆ เล่นน้ำกัน วันนี้ผู้คนน้อยมากเพราะว่าฝนตกมาหลายวัน ภาพน้ำตกเล็กๆ น้อยๆ หากมาอุทยานเขาน้ำค้างแล้ว น้ำตกโตนลาดก็เป็นอีกที่นึง ที่เหมาะสำหรับแวะพักผ่อนจากการชมอุทยาน

สำหรับการเดินเที่ยวอุทยานเขาน้ำค้าง และน้ำตกโตนลาดครั้งนี้ก็คงจบแต่เพียงเท่านี้ คร่าวหน้าจะเก็บภาพมาฝากอีกนะครับ

ถ้าหากต้องการมาเที่ยวชมอุทยานเขาน้ำค้างก็มาได้ ตามข้อมูลด้านล่างนี้นะครับ..

การเดินทางไปอุทยานเขาน้ำค้าง จังหวัดสงขลา
การเดินทางด้วยรถ ยนต์ สามารถเข้าถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างได้ 2 เส้นทาง จากอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4113 (นาทวี-บ้านประกอบ) ถึงบ้านสะท้อนจะมีทางแยกขวาตามเส้นทางบ้านสะท้อน-สะเดา ไปอีก 19 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รวมระยะทาง 27 กิโลเมตร
       
จากอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4243 ผ่านบ้านม่วง ตำบลสำนักแต้ว บ้านเกาะหมี ถึงอุทยานแห่งชาติ ระยะทาง 27 กิโลเมตร เส้นทางด้านนี้ ต้องขึ้นเขาบางช่วง เส้นทางคดเคี้ยวแต่ก็สวยงามด้วยความเป็นธรรมชาติของสองข้างทาง ส่วนเวลาเข้าชมอุโมงค์ประวัติศาสตร์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น. 

เขียนโดย : huddaree leesahud
ภาพโดย  : huddaree leesahud

 

อุทยานแห่งชาติแขาน้ำค้าง สงขลา 1/10/2557

 

ลิ้งเพื่อนบ้านน่าชม

dsffsdfsdfsdfs

dfsdfsdfsdfsdfsdf

sdfsdfsdfsdfsd

afsdfsdfsdfsadfs

adfsdfsdfsadfsfds

dfsdfasfsdfsaf

Go to top